บทความ · นโยบายและความปลอดภัยข้อมูล

ใช้ AI คัดกรองผู้สมัครและประเมินผลงาน: แนวทาง สคส. และ สกมช. จัดเป็นความเสี่ยงสูง ต้องทำอะไรก่อนเริ่ม

Treepob Tiangtrong (Champ) · ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ TRAINIAC · 3 พฤศจิกายน 2026

TL;DR การใช้ AI คัดกรองใบสมัครหรือประเมินผลงานพนักงานถูกจัดเป็นความเสี่ยงสูงทั้งในแนวปฏิบัติของ สกมช. และแนวทาง AI ของ สคส. ซึ่งแนะนำให้ทำ DPIA ก่อนอนุมัติ และให้คนทบทวนที่เปลี่ยนผลของ AI ได้จริง ส่วน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 ห้ามยกเหตุเลิกจ้างที่ไม่ได้ระบุไว้ขึ้นอ้างภายหลัง บทความนี้มีตารางสิ่งที่หน่วยงานระบุ กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง งาน HR ที่เริ่มได้ทันทีกับงานที่ต้องประเมินก่อน และรายการตรวจหกข้อ

การใช้ AI คัดกรองใบสมัครหรือประเมินผลงานพนักงานถูกจัดเป็นงานความเสี่ยงสูงในแนวทางของหน่วยงานไทยทั้งสองแห่ง แนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัย AI ของ สกมช. จัดระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น การคัดกรองใบสมัคร การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการตัดสินใจเลิกจ้าง เป็นความเสี่ยงสูง และแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI ของ สคส. ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 2 พ.ย. 2026 ระบุว่าการใช้ AI ตัดสินใจอัตโนมัติในการคัดกรองการจ้างงานหรือประเมินผลการปฏิบัติงานควรทำ DPIA และแนะนำผู้บริหารว่าไม่ควรอนุมัติโครงการ AI คัดกรองพนักงานจนกว่าจะประเมินผลกระทบเสร็จ แนวทางยังกำหนดว่าคนที่ทบทวนผลของ AI ต้องมีอำนาจและข้อมูลพอจะเปลี่ยนผลได้จริง "มิใช่เพียงการยืนยันผลตามระบบเท่านั้น" องค์กรที่ซื้อเครื่องมือคัดกรองเรซูเม่สำเร็จรูปมาใช้ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพราะเป็นผู้กำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการ ฝั่งกฎหมายแรงงาน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 ห้ามนายจ้างยกเหตุเลิกจ้างที่ไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างขึ้นอ้างภายหลัง คะแนนจาก AI จึงแทนเหตุผลที่ต้องเขียนไว้ไม่ได้ ทั้งสองแนวทางไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมาย แต่บอกชัดว่าหน่วยงานกำกับคาดหวังอะไร บทความนี้มีตารางงาน HR ที่ใช้ AI ได้ทันทีกับงานที่ต้องผ่านการประเมิน และรายการตรวจก่อนเริ่มโครงการ

ข้อมูลตรวจจากแนวทาง AI ของ สคส., แนวปฏิบัติของ สกมช., พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ เมื่อ 3 พ.ย. 2026 บทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

หน่วยงานไทยบอกอะไรเรื่อง AI ในงาน HR

แหล่งสิ่งที่ระบุสถานะ
แนวปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัย AI ของ สกมช.ระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น คัดกรองใบสมัคร ประเมินผลการปฏิบัติงาน และตัดสินใจเลิกจ้าง เป็นความเสี่ยงสูงที่ต้องอยู่ใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดแนวปฏิบัติ
แนวทาง AI ของ สคส. (DPIA)การตัดสินใจอัตโนมัติในการคัดกรองการจ้างงานหรือการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นความเสี่ยงสูงที่ควรทำ DPIA · ผู้บริหารไม่ควรอนุมัติโครงการคัดกรองพนักงานจนกว่าจะทำ DPIAแนวทาง ไม่มีสภาพบังคับ
แนวทาง AI ของ สคส. (บทบาท)องค์กรที่นำ AI สำเร็จรูปมาคัดกรองใบสมัครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแนวทาง ไม่มีสภาพบังคับ
แนวทาง AI ของ สคส. (ตัวอย่าง)AI ที่เรียนรู้จากข้อมูลในอดีตที่เหลื่อมล้ำทางเพศ เช่น เลือกแต่ผู้ชายในตำแหน่งวิศวกร อาจคัดผู้สมัครหญิงที่มีคุณสมบัติครบออก ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติแนวทาง ไม่มีสภาพบังคับ
แนวทาง AI ของ สคส. (คนทบทวน)ผู้ทบทวนต้องมีอำนาจและข้อมูลพอเปลี่ยนผลการตัดสินใจของ AI ได้จริงแนวทาง ไม่มีสภาพบังคับ
จากแนวทางการดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการพัฒนาและการใช้งาน AI ของ สคส. และแนวปฏิบัติของ สกมช. ตรวจ 3 พ.ย. 2026

PDPA ของไทยไม่มีมาตราที่ให้สิทธิไม่ถูกตัดสินโดยระบบอัตโนมัติแบบ GDPR การให้คนทบทวนจึงมาจากแนวทาง ไม่ใช่ตัวบท แต่หน่วยงานกำกับใช้แนวทางเป็นกรอบในการพิจารณา แนวปฏิบัติของ สกมช. ฉบับเต็มดูที่แนวปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัย AI ของ สกมช.

กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
  • พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างเดิม หรือกำหนดค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้
  • PDPA มาตรา 26 ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน และข้อมูลชีวภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้ความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย จึงไม่ควรให้ AI ใช้ข้อมูลเหล่านี้คัดกรองหรือประเมิน

ผลในทางปฏิบัติคือ ถ้าใช้ AI ช่วยประเมินผลงาน เหตุผลที่ใช้ตัดสินเรื่องสำคัญต้องเขียนเป็นข้อเท็จจริงที่หัวหน้าตรวจแล้ว ไม่ใช่คะแนนจากระบบ

งานไหนเริ่มได้ทันที งานไหนต้องประเมินก่อน

งานระดับเหตุผล
ร่างประกาศรับสมัครงานและคำบรรยายตำแหน่งเริ่มได้ทันทีไม่ตัดสินเรื่องบุคคล ตรวจภาษาที่อาจกีดกันเพศหรืออายุ
ร่างคำถามสัมภาษณ์ตามสมรรถนะของตำแหน่งเริ่มได้ทันทีคนสัมภาษณ์และตัดสินเอง
สรุปคู่มือพนักงานและตอบคำถามเรื่องสวัสดิการเริ่มได้ทันทีตรวจคำตอบกับระเบียบจริง
ช่วยหัวหน้าเรียบเรียงข้อเท็จจริงในแบบประเมินที่หัวหน้าเขียนเองใช้ได้โดยระวังห้ามป้อนข้อมูลอ่อนไหว และหัวหน้ารับผิดชอบเนื้อหา
ให้ AI คัดกรองหรือจัดอันดับผู้สมัครต้องทำ DPIA ก่อนแนวทาง สคส. และ สกมช. จัดเป็นความเสี่ยงสูง
ให้ AI ให้คะแนนผลงานหรือเสนอรายชื่อเลิกจ้างต้องทำ DPIA ก่อน และควรให้คนตัดสินกระทบสิทธิของพนักงานโดยตรง
แม่แบบของ TRAINIAC สำหรับทีม HR · ใช้เครื่องมือ AI ระดับองค์กรที่บริษัทอนุมัติเท่านั้น

งาน HR ที่ใช้ AI ได้ในชีวิตประจำวันดูเพิ่มที่AI สำหรับทีม HR

รายการตรวจก่อนเริ่มโครงการ AI คัดกรองหรือประเมินผล

  1. ทำ DPIA ตามแนวทาง สคส. ก่อนผู้บริหารอนุมัติ (แม่แบบ DPIA สำหรับโครงการ AI)
  2. ระบุฐานทางกฎหมาย แนวทาง สคส. ให้ความยินยอมเป็นทางเลือกสุดท้าย และถ้าขอความยินยอมแล้วถูกปฏิเสธ จะกลับไปอ้างฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับกิจกรรมเดิมไม่ได้
  3. แจ้งผู้สมัครและพนักงานว่าใช้ AI ในขั้นไหน ข้อมูลอะไร และตรรกะพื้นฐานของการตัดสินใจ
  4. ทดสอบอคติก่อนใช้ เช่น เทียบผลระหว่างเพศและช่วงอายุ
  5. กำหนดคนทบทวนที่มีอำนาจเปลี่ยนผลจริง และบันทึกเหตุผลเมื่อเปลี่ยน
  6. เปิดช่องทางให้ผู้สมัครหรือพนักงานขอแก้ไขข้อมูลและโต้แย้งผล

บริษัทที่มีธุรกิจในสหภาพยุโรปต้องดูเพิ่มเรื่อง EU AI Act ซึ่งจัดระบบ AI ในการจ้างงานเป็นความเสี่ยงสูงเช่นกัน (EU AI Act กับบริษัทไทย)

จากห้องอบรมของเรา

เราสอน Microsoft Copilot for HR and Sales ให้ Adecco เมื่อ 9 ต.ค. 2026 (บันทึกงานอบรมที่ระบุวันที่) งานที่ทีม HR ได้ประโยชน์ทันทีคือร่างประกาศรับสมัคร ทำคำถามสัมภาษณ์ และสรุประเบียบให้พนักงาน ส่วนการให้ AI ตัดสินเรื่องบุคคล เราแนะนำให้ผ่านการประเมินตามรายการข้างต้นก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ

ถ้าจะอบรมทีม HR ให้ใช้ AI ในงานประจำอย่างปลอดภัย ดูหลักสูตร AI for HR

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ AI คัดกรองใบสมัครงานต้องทำ DPIA ไหม?
แนวทาง AI ของ สคส. ระบุว่าการใช้ AI ตัดสินใจอัตโนมัติในการคัดกรองการจ้างงานหรือประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นความเสี่ยงสูงที่ควรทำ DPIA และแนะนำผู้บริหารว่าไม่ควรอนุมัติโครงการคัดกรองพนักงานจนกว่าจะทำ DPIA เสร็จ แนวทางนี้ไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมายที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI — สคส.
สกมช. จัด AI ในงาน HR เป็นความเสี่ยงระดับไหน?
แนวปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัย AI ของ สกมช. จัดระบบที่ใช้บริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น การคัดกรองใบสมัคร การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการตัดสินใจเลิกจ้าง เป็นความเสี่ยงสูงที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดที่มา: AI Security Guidelines — สกมช.
บริษัทที่ซื้อ AI คัดกรองเรซูเม่สำเร็จรูปมีสถานะอะไรตาม PDPA?
แนวทางของ สคส. ยกตัวอย่างว่าองค์กรที่นำระบบ AI สำเร็จรูปมาคัดกรองใบสมัครและจัดอันดับผู้สมัครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพราะเป็นผู้กำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูลของผู้สมัครที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI — สคส.
ให้คนกดยืนยันผลของ AI ถือว่ามีคนทบทวนแล้วไหม?
ไม่พอ แนวทางของ สคส. ระบุว่าผู้ทำหน้าที่ทบทวนต้องมีอำนาจและข้อมูลเพียงพอที่จะเปลี่ยนผลการตัดสินใจของ AI ได้จริง มิใช่เพียงการยืนยันผลตามระบบ เพื่อป้องกันความลำเอียงของอัลกอริทึมที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI — สคส.
ใช้คะแนนจาก AI เป็นเหตุเลิกจ้างได้ไหม?
ควรระวังมาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 กำหนดว่าถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ เหตุผลจึงต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจแล้ว ไม่ใช่คะแนนจากระบบที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมแก้ไข — กระทรวงแรงงาน
PDPA ให้สิทธิไม่ถูกตัดสินโดย AI อย่างเดียวไหม?
PDPA ของไทยไม่มีมาตราที่ให้สิทธิไม่ถูกตัดสินโดยระบบอัตโนมัติแบบ GDPR การให้มนุษย์ทบทวนมาจากแนวทางของ สคส. ซึ่งไม่มีสภาพบังคับ แต่ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 เช่น ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลสหภาพแรงงาน ยังต้องได้ความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือเข้าข้อยกเว้นที่มา: Personal Data Protection Act B.E. 2562 (English translation) — สคส.ที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI — สคส.
HRDPIAPDPA

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมดในหัวข้อ นโยบายและความปลอดภัยข้อมูล →