บทความ · นโยบายและความปลอดภัยข้อมูล

แม่แบบ DPIA สำหรับโครงการ AI ตามแนวทาง สคส.: โครงการไหนต้องทำ 8 ส่วนที่ต้องกรอก LIA และรายการตรวจสอบ

Treepob Tiangtrong (Champ) · ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ TRAINIAC · 24 ตุลาคม 2026 · อัปเดต 4 พฤศจิกายน 2026

TL;DR แนวทาง AI ของ สคส. ฉบับ 1.0 (7 ต.ค. 2026 ลงราชกิจจานุเบกษา 2 พ.ย. 2026) แนะนำให้โครงการ AI ความเสี่ยงสูงทำ DPIA ก่อนเริ่ม เช่น การตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลสำคัญ การฝึกโมเดลด้วยข้อมูลอ่อนไหวจำนวนมาก การติดตามในพื้นที่สาธารณะ และ Generative AI ที่อาจทำให้เสียชื่อเสียง แต่ไม่ได้ให้แบบฟอร์ม บทความนี้แปลงลำดับขั้นในแนวทางเป็นแม่แบบ 8 ส่วนที่กรอกได้ พร้อมคำถามหกข้อของผู้บริหาร ขั้นตอน LIA และกับดัก รายการตรวจสอบจากภาคผนวก และบทบาทของ DPO

โครงการ AI ที่มีความเสี่ยงสูงควรทำการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA) ก่อนเริ่ม ตามแนวทาง AI ของ สคส. ฉบับ 1.0 (เผยแพร่ 7 ต.ค. 2026 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา 2 พ.ย. 2026) ซึ่งยกตัวอย่างโครงการเสี่ยงสูงไว้สี่แบบ คือ การตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลทางกฎหมายหรือผลสำคัญ เช่น สินเชื่อ คัดกรองผู้สมัครงาน หรือประเมินผลงาน การนำข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลผู้เยาว์จำนวนมากไปฝึกโมเดล การติดตามพฤติกรรมในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ และ Generative AI ที่อาจบิดเบือนเนื้อหาหรือทำให้เสียชื่อเสียง แนวทางไม่ได้ให้แบบฟอร์ม DPIA และไม่มีตารางโอกาสคูณผลกระทบ ให้เพียงลำดับขั้น คือ วิเคราะห์ความเสี่ยงเฉพาะของ AI คัดกรอง ประเมินความจำเป็นและความได้สัดส่วน บันทึกการชั่งน้ำหนัก กำหนดมาตรการ และทบทวนเป็นระยะ บทความนี้แปลงลำดับนั้นเป็นแม่แบบที่กรอกได้ พร้อมคำถามหกข้อของผู้บริหารที่ใช้เป็นหน้าปกได้ ขั้นตอน LIA และกับดัก และรายการตรวจสอบจากภาคผนวกของแนวทาง

แนวทางของ สคส. ระบุว่าไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมาย และการทำรายการตรวจสอบครบไม่ใช่ข้อต่อสู้ทางกฎหมาย แม่แบบในบทความนี้เป็นของ TRAINIAC ใช้ประกอบการทำงานของ DPO ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

โครงการไหนต้องทำ DPIA

ลักษณะโครงการตัวอย่างต้องทำ DPIA ก่อนไหม
ตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลทางกฎหมายหรือผลสำคัญอนุมัติสินเชื่อ คัดกรองใบสมัคร ประเมินผลงาน ประเมินความเสี่ยงประกันภัยควรทำ
ฝึกโมเดลด้วยข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลผู้เยาว์จำนวนมากข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพควรทำ
ติดตามพฤติกรรมในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบกล้องที่วิเคราะห์ใบหน้าหรือพฤติกรรมควรทำ
Generative AI ที่อาจบิดเบือนเนื้อหาหรือทำให้เสียชื่อเสียงสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับบุคคลจริงควรทำ
ใช้ AI ช่วยงานเอกสารภายในโดยไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลร่างนโยบาย สรุปประชุมที่ไม่มีข้อมูลบุคคลคัดกรองแล้วบันทึกเหตุผลว่าไม่ต้องทำ
จากแนวทาง AI ของ สคส. หัวข้อ 6.2 คำถามที่พบบ่อย 6.1 และภาคผนวก ข · แต่ละองค์กรคัดกรองด้วยเกณฑ์ของตัวเองเทียบกับมาตรฐานสากล

แนวทางแนะนำผู้บริหารว่าอย่าอนุมัติโครงการ AI ความเสี่ยงสูงก่อนทำ DPIA เสร็จ และใช้ผลของ DPIA กำหนดมาตรการความปลอดภัยในบทที่ 7 ของแนวทาง

หน้าปก: คำถามหกข้อของผู้บริหาร

แนวทางมีคำถามหกข้อสำหรับผู้บริหาร ใช้เป็นหน้าแรกของ DPIA ได้ทันที

  1. องค์กรเป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูล และสัญญากับผู้ให้บริการห้ามนำข้อมูลไปฝึกโมเดลแล้วหรือยัง
  2. ฐานทางกฎหมายและ LIA หรือความยินยอมครบหรือยัง
  3. โครงการนี้เสี่ยงสูงไหม และผล DPIA ยอมรับได้หรือไม่
  4. คนตัดสินกลับผลของ AI ได้จริงไหม
  5. มีช่องทางให้เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิแล้วหรือยัง
  6. มี log และแผนรับมือเหตุที่แจ้ง สคส. ได้ทันภายใน 72 ชั่วโมงหรือไม่

แม่แบบ DPIA สำหรับโครงการ AI

ส่วนสิ่งที่ต้องกรอกอ้างอิงแนวทาง สคส.
1. คำอธิบายโครงการลักษณะ ขอบเขต วัตถุประสงค์ ระบบ AI ที่ใช้ ผู้ให้บริการ และบทบาทขององค์กร (ผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผล)บทที่ 2 และหัวข้อ 6.2
2. ข้อมูลที่ใช้ประเภทข้อมูล แยกข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 แหล่งที่มา และฐานทางกฎหมายของแต่ละชุดภาคผนวก ก
3. ความเสี่ยงเฉพาะของ AIprompt injection การระบุตัวตนย้อนจาก embedding การโจมตีแบบ inference และ model inversion data poisoning ห่วงโซ่ผู้ให้บริการ และความเสี่ยงของ agentหัวข้อ 6.1
4. ความจำเป็นและความได้สัดส่วนจำเป็นต้องใช้ AI จริงไหม มีวิธีที่กระทบน้อยกว่าหรือไม่ และข้อมูลที่ใช้น้อยที่สุดแล้วหรือยังหัวข้อ 6.2
5. การชั่งน้ำหนักบันทึกสิ่งที่แลกกันพร้อมเหตุผล เช่น ความแม่นยำกับการใช้ข้อมูลน้อย ความอธิบายได้กับประสิทธิภาพ และความเห็นของเจ้าของข้อมูลถ้าเหมาะสมหัวข้อ 6.2
6. ความเสี่ยงต่อสิทธิและมาตรการประเมินแต่ละความเสี่ยงและกำหนดมาตรการ เช่น แฝงข้อมูล PETs เข้ารหัส คนกำกับในงานเสี่ยงสูง และข้อตกลงห้ามฝึกโมเดลหัวข้อ 6.2 และบทที่ 7
7. การทบทวนโดยคนผู้ทบทวนพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มได้ มีอำนาจและความสามารถกลับผล และได้รับการอบรมเรื่อง automation biasหัวข้อ 5.4
8. ผลและการอนุมัติความเสี่ยงคงเหลือ ข้อสรุปว่ายอมรับได้หรือไม่ ผู้อนุมัติ และวันทบทวนครั้งถัดไปหัวข้อ 6.2
แม่แบบของ TRAINIAC ที่เรียงตามลำดับขั้นในแนวทาง AI ของ สคส. version 1.0 · แนวทางไม่ได้กำหนดแบบฟอร์ม

เรื่องการให้คะแนนความเสี่ยง: แนวทางไม่ได้กำหนดตารางโอกาสคูณผลกระทบสำหรับ DPIA ที่ใกล้ที่สุดคือการประเมินเหตุละเมิดในหัวข้อ 8.2 ที่ดูทั้งโอกาสและความรุนแรง องค์กรเลือกวิธีให้คะแนนเองได้ แต่ควรใช้วิธีเดียวกันทุกโครงการเพื่อเทียบกันได้

เรื่อง log: ภาคผนวก ข แนะนำให้เก็บ log ของ prompt รุ่นโมเดล system prompt และผลลัพธ์ แต่คำถามที่พบบ่อย 6.5 ให้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเก็บ แม่แบบที่ใช้ได้คือเก็บข้อมูลประกอบ (metadata) และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล

LIA เมื่ออ้างฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

แนวทางให้ความยินยอมเป็นทางเลือกสุดท้าย และงานพัฒนา AI งานวิเคราะห์ หรืองานความปลอดภัย อาจใช้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 24(5) ได้เมื่อทำ LIA สามขั้น

  • วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่อ้างชอบด้วยกฎหมายและชัดเจน
  • ความจำเป็น มีวิธีที่กระทบน้อยกว่าไหม
  • การชั่งน้ำหนัก ประโยชน์ขององค์กรเทียบกับสิทธิของเจ้าของข้อมูล ระวังเป็นพิเศษกับผู้เยาว์

มาตรการที่แนวทางยกตัวอย่างประกอบ LIA ได้แก่ ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น แฝงหรือปกปิดข้อมูลก่อนฝึก เว้นระยะระหว่างการเก็บกับการฝึก เปิดให้คัดค้านล่วงหน้าแบบไม่มีเงื่อนไข มีช่องทางร้องเมื่อโมเดลแสดงข้อมูลส่วนบุคคลออกมา มีตัวกรองผลลัพธ์ และจัดทำ Model Card

กับดักที่แนวทางเตือน: ถ้าขอความยินยอมแล้วเจ้าของข้อมูลปฏิเสธหรือถอน จะกลับมาอ้างมาตรา 24(5) กับกิจกรรมเดิมไม่ได้ มาตรการที่กฎหมายบังคับอยู่แล้วนับเป็นมาตรการเพิ่มไม่ได้ และประกาศความเป็นส่วนตัวอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดความคาดหมายที่สมเหตุสมผล

รายการตรวจสอบจากภาคผนวก

ภาคผนวกกลุ่มตัวอย่างรายการ
ก พัฒนา AI (10 รายการ)ธรรมาภิบาลข้อมูลและฐานทางกฎหมายความจำเป็น แหล่งข้อมูลที่ชอบด้วยกฎหมาย ฐานทางกฎหมายและ ROPA แยกข้อมูลอ่อนไหว
Privacy by Designแฝงข้อมูล ป้องกันโมเดลจำข้อมูล ทดสอบ model inversion และกลไกรองรับคำขอลบ
ความปลอดภัยและการเปลี่ยนวัตถุประสงค์แยก sandbox จากระบบจริง เก็บ model weights เป็นความลับ และตรวจความเข้ากันได้ของวัตถุประสงค์ใหม่
ข จัดหาและใช้ AI (9 รายการ)ความเสี่ยงและการจัดหาตรวจสอบผู้ให้บริการ ทำ DPIA และนโยบายการใช้งานที่ห้ามป้อนข้อมูลส่วนบุคคลลง AI สาธารณะ
ข้อตกลงและความโปร่งใสข้อตกลงตามมาตรา 40 ที่ห้ามใช้นอกขอบเขต ประกาศความเป็นส่วนตัว และคนกำกับในงานเสี่ยงสูง
สิทธิและความพร้อมรับเหตุช่องทางใช้สิทธิ การส่งออกข้อมูล และ log สำหรับสืบสวนเหตุ
สรุปจากภาคผนวก ก และ ข ของแนวทาง AI ของ สคส. version 1.0

ใครทำอะไร

  • ผู้บริหาร อนุมัติหลังเห็นผล DPIA และตอบคำถามหกข้อ
  • DPO ไม่ต้องเขียนโค้ด แต่ควรเข้าใจวงจรชีวิตและความเสี่ยงของ AI พอที่จะประเมิน DPIA และให้คำแนะนำผู้บริหาร
  • เจ้าของโครงการและทีมพัฒนา ให้ข้อมูลเรื่องระบบ ข้อมูล และมาตรการ
  • ผู้ให้บริการ AI เป็นผู้ประมวลผลเมื่อทำตามคำสั่ง แต่กลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลอีกรายถ้านำ prompt ของลูกค้าไปฝึกโมเดลของตัวเอง

ทีมที่ต้องทำ DPIA ควรเข้าใจทั้ง PDPA และวิธีทำงานของ AI ไปพร้อมกัน ดูหน้าที่ตามกฎหมายทั้งหมดที่PDPA กับการใช้ AI ในองค์กร และเรื่องที่ตั้งข้อมูลของเครื่องมือแต่ละตัวที่ข้อมูลไปประมวลผลที่ไหน

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ

ดูISO/IEC 42001 ระบบบริหาร AI สำหรับองค์กรที่ต้องการระบบที่ตรวจรับรองได้ และหลักสูตร AI Governance & Responsible AI ที่จัดในองค์กรได้

คำถามที่พบบ่อย

โครงการ AI แบบไหนต้องทำ DPIA?
แนวทาง AI ของ สคส. แนะนำให้ทำก่อนเริ่มโครงการความเสี่ยงสูง เช่น การตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลทางกฎหมายหรือผลสำคัญอย่างสินเชื่อ คัดกรองผู้สมัครงาน หรือประเมินผลงาน การฝึกโมเดลด้วยข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลผู้เยาว์จำนวนมาก การติดตามพฤติกรรมในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ และ Generative AI ที่อาจบิดเบือนเนื้อหาหรือทำให้เสียชื่อเสียงที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
สคส. มีแบบฟอร์ม DPIA สำหรับ AI ไหม?
ไม่มี แนวทางให้เพียงลำดับขั้น คือ วิเคราะห์ความเสี่ยงเฉพาะของ AI คัดกรอง ประเมินความจำเป็นและความได้สัดส่วน บันทึกการชั่งน้ำหนักพร้อมเหตุผล กำหนดมาตรการ และทบทวนเป็นระยะ และไม่ได้กำหนดตารางโอกาสคูณผลกระทบ องค์กรเลือกวิธีให้คะแนนเองได้แต่ควรใช้วิธีเดียวกันทุกโครงการที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
ใช้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายกับงาน AI ต้องทำอะไร?
ต้องทำ LIA สามขั้น คือ วัตถุประสงค์ ความจำเป็น และการชั่งน้ำหนักกับสิทธิของเจ้าของข้อมูล พร้อมมาตรการ เช่น ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น แฝงข้อมูลก่อนฝึก และเปิดให้คัดค้านล่วงหน้า แนวทางเตือนว่าถ้าขอความยินยอมแล้วถูกปฏิเสธ จะกลับมาอ้างมาตรา 24(5) กับกิจกรรมเดิมไม่ได้ที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
คนแค่กดยืนยันผลของ AI ถือว่ามีคนทบทวนไหม?
ไม่ถือ แนวทางของ สคส. ระบุว่าผู้ทบทวนต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มได้ มีอำนาจและความสามารถกลับผล และได้รับการอบรมเรื่อง automation bias การกดยืนยันตามผล AI อย่างเดียวไม่นับเป็นการทบทวนที่มีความหมายที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
DPO ต้องรู้เรื่อง AI แค่ไหนจึงจะทำ DPIA ได้?
แนวทางของ สคส. ระบุว่า DPO ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดได้ แต่ควรเข้าใจวงจรชีวิตและความเสี่ยงของ AI พอที่จะประเมิน DPIA และให้คำแนะนำผู้บริหารที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
ควรเก็บ log ของ prompt ในโครงการ AI อย่างไร?
ภาคผนวก ข ของแนวทางแนะนำให้เก็บ log ของ prompt รุ่นโมเดล system prompt และผลลัพธ์ เพื่อใช้สืบสวนเหตุ แต่คำถามที่พบบ่อยให้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเก็บ วิธีที่ใช้ได้คือเก็บข้อมูลประกอบของแต่ละครั้งและปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
PDPAAI Governanceแม่แบบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมดในหัวข้อ นโยบายและความปลอดภัยข้อมูล →