บริษัทไทยอาจอยู่ในขอบเขต EU AI Act มาตรา 4 เรื่อง AI literacy ถ้าวางระบบ AI ในตลาดยุโรป ถ้าผลลัพธ์จาก AI ของบริษัทถูกนำไปใช้ในยุโรป หรือถ้าทำงานแทนลูกค้ายุโรปในฐานะผู้รับจ้าง มาตรา 4 มีผลตั้งแต่ 2 ก.พ. 2025 และหน่วยงานกำกับของแต่ละประเทศสมาชิกเริ่มกำกับและบังคับใช้ตั้งแต่ 2 ส.ค. 2026 กลางเดือนกรกฎาคม 2026 กฎหมาย Digital Omnibus on AI แก้ถ้อยคำมาตรานี้เป็นให้ผู้ให้บริการและผู้นำ AI ไปใช้ "ดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริม" AI literacy ของพนักงานและผู้ที่ใช้ AI แทนองค์กร และเขียนชัดว่าไม่ต้องรับประกันระดับความรู้ของแต่ละคน หน้าที่จึงยังอยู่ แต่เบาลงจากเดิมที่ต้องทำให้ถึง "ระดับที่เพียงพอ" คณะกรรมาธิการยุโรปตอบว่าไม่ต้องมีใบรับรอง ไม่ต้องอบรมกับหน่วยงานภายนอก เก็บบันทึกการอบรมภายในไว้ก็พอ และยกตัวอย่างว่าบริษัทที่พนักงานใช้ ChatGPT เขียนโฆษณาหรือแปลงานก็อยู่ในขอบเขต อย่างน้อยพนักงานต้องรู้ความเสี่ยงอย่าง hallucination บทความนี้มีตารางเทียบถ้อยคำก่อนและหลังแก้ กรณีที่บริษัทไทยเข้าขอบเขต สิ่งที่ต้องทำและไม่ต้องทำ และแม่แบบแผน AI literacy ขั้นต่ำ
บทความนี้สรุปจากตัวบทกฎหมายและคำถามที่พบบ่อยของคณะกรรมาธิการยุโรป ณ 24 ต.ค. 2026 ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บริษัทที่มีสาขาหรือลูกค้าในยุโรปควรยืนยันกับที่ปรึกษากฎหมายในประเทศนั้น
มาตรา 4 เขียนว่าอะไร ก่อนและหลังแก้
| เรื่อง | ฉบับ 2024 (Regulation (EU) 2024/1689) | หลัง Digital Omnibus (ข้อความรวม ณ 27 ก.ค. 2026) |
|---|---|---|
| ใครมีหน้าที่ | ผู้ให้บริการ (provider) และผู้นำไปใช้ (deployer) ระบบ AI | เหมือนเดิม |
| ต้องทำอะไร | ดำเนินมาตรการให้พนักงานมี AI literacy ในระดับที่เพียงพอ เท่าที่ทำได้ | ดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมการพัฒนา AI literacy ของพนักงานและผู้ที่ใช้ AI แทนองค์กร |
| ระดับความรู้ | ระดับที่เพียงพอ | ไม่ต้องรับประกันระดับความรู้ใดของแต่ละคน |
| ต้องคำนึงถึงอะไร | ความรู้ทางเทคนิค ประสบการณ์ การศึกษา บริบทการใช้ และกลุ่มคนที่ AI ถูกใช้กับ | เหมือนเดิม |
| รัฐช่วยอะไร | — | คณะกรรมาธิการและประเทศสมาชิกสนับสนุน โดยเฉพาะ SME และเผยแพร่ตัวอย่างการปฏิบัติ |
ร่างของคณะกรรมาธิการเมื่อ 19 พ.ย. 2025 เคยเสนอให้โยกหน้าที่นี้ไปให้คณะกรรมาธิการและประเทศสมาชิกแทนบริษัท แต่กฎหมายฉบับสุดท้ายไม่ได้โยก บทความหรือเอกสารที่ยังอ้างถ้อยคำปี 2024 เรื่อง "ระดับที่เพียงพอ" จึงล้าสมัยแล้ว
บริษัทไทยเข้าขอบเขตเมื่อไร
| กรณี | ตัวอย่าง | ฐานในกฎหมาย |
|---|---|---|
| บริษัทไทยวางระบบ AI ในตลาดยุโรป | SaaS หรือแอปที่มีฟีเจอร์ AI ขายให้ลูกค้าในยุโรป | มาตรา 2(1)(a) ใช้กับผู้ให้บริการไม่ว่าตั้งอยู่ที่ใด |
| ผลลัพธ์จาก AI ถูกนำไปใช้ในยุโรป | รายงาน เนื้อหา หรือการวิเคราะห์ที่ทำด้วย AI แล้วส่งให้ลูกค้ายุโรปใช้ | มาตรา 2(1)(c) และคณะกรรมาธิการระบุว่าใช้กับมาตรา 4 ด้วย |
| บริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในยุโรป | สาขาหรือบริษัทลูกของกลุ่มไทยในยุโรปที่ใช้ AI | มาตรา 2(1)(b) ผู้นำไปใช้ที่ตั้งอยู่ใน EU |
| ผู้รับจ้างที่ทำงานแทนบริษัทยุโรป | บริษัท outsource หรือผู้ให้บริการที่ใช้ AI ทำงานให้ลูกค้ายุโรป | คำว่าผู้ที่ใช้ AI แทนองค์กรรวมผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ และลูกค้า หน้าที่อยู่กับบริษัทยุโรป แต่มักถูกขอหลักฐานในสัญญา |
ข้อยกเว้นที่ชัดคือการใช้ AI ส่วนตัวที่ไม่ใช่งานอาชีพ ส่วนการใช้ในงานของบริษัท แม้เป็นเครื่องมือสำเร็จรูปอย่าง ChatGPT หรือ Copilot ก็นับเป็นการนำ AI ไปใช้
สิ่งที่ไม่ต้องทำ และสิ่งที่ควรทำ
คำถามที่พบบ่อยของคณะกรรมาธิการ (ปรับปรุงล่าสุด 20 ต.ค. 2026) ตอบเรื่องที่บริษัทกังวลบ่อยไว้ชัด
ไม่ต้องทำ
- ไม่ต้องมีใบรับรอง และไม่บังคับอบรมหรือรับรองจากหน่วยงานภายนอก
- ไม่ต้องวัดระดับความรู้ของพนักงาน
- ไม่ต้องตั้ง AI officer หรือคณะกรรมการธรรมาภิบาล AI เป็นการเฉพาะ
- ทำตามตัวอย่างใน living repository ของคณะกรรมาธิการไม่ได้ทำให้ถือว่าปฏิบัติตามโดยอัตโนมัติ
ควรทำขั้นต่ำ
- ให้ความเข้าใจทั่วไปว่า AI คืออะไร องค์กรใช้ AI อะไร และมีโอกาสกับความเสี่ยงอะไร
- ให้รู้ว่าองค์กรเป็นผู้ให้บริการหรือผู้นำ AI ไปใช้
- ให้รู้ความเสี่ยงของระบบ AI ที่ใช้ และปรับเนื้อหาตามความรู้และบริบทของแต่ละกลุ่ม
- เก็บบันทึกการอบรมและกิจกรรมไว้ภายใน การให้อ่านคู่มือการใช้งานอย่างเดียวอาจไม่ได้ผล
ผู้นำ AI เสี่ยงสูงไปใช้มีหน้าที่แยกต่างหากตามมาตรา 26(2) คือผู้กำกับดูแลต้องมีความสามารถ การอบรม และอำนาจที่จำเป็น หลัง Digital Omnibus กฎกลุ่มเสี่ยงสูงเลื่อนไปเริ่ม 2 ธ.ค. 2027 (Annex III) และ 2 ส.ค. 2028 (Annex I)
การบังคับใช้และโทษ
หน้าที่ตามมาตรา 4 ใช้มาตั้งแต่ 2 ก.พ. 2025 ส่วนการกำกับและบังคับใช้เริ่ม 2 ส.ค. 2026 โดยหน่วยงานกำกับตลาดของแต่ละประเทศสมาชิก ไม่ใช่ AI Office มาตรา 99 ไม่ได้กำหนดเพดานค่าปรับเฉพาะของมาตรา 4 โทษจึงเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ คณะกรรมาธิการระบุว่าโทษมีแนวโน้มเกิดเมื่อมีหลักฐานว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการขาดการอบรม บันทึกการอบรมจึงเป็นหลักฐานป้องกันตัวที่สำคัญที่สุด
แม่แบบแผน AI literacy ขั้นต่ำสำหรับบริษัทไทย
| กลุ่ม | เนื้อหาขั้นต่ำ | หลักฐานที่ควรเก็บ |
|---|---|---|
| พนักงานที่ใช้เครื่องมือ AI ทั่วไป | AI คืออะไร เครื่องมือที่องค์กรอนุมัติ ข้อมูลที่ห้ามป้อน การตรวจผลก่อนใช้ และความเสี่ยงอย่าง hallucination | รายชื่อผู้เข้าอบรม วันที่ เนื้อหา และงานที่ทำในห้อง |
| ทีมที่ทำงานส่งลูกค้ายุโรป | เพิ่มเรื่องการเปิดเผยว่าใช้ AI ข้อกำหนดในสัญญาลูกค้า และการเก็บร่องรอยงาน | บันทึกการอบรมแนบตอบลูกค้าเมื่อถูกขอ |
| ทีมที่พัฒนาหรือขายระบบ AI | บทบาทผู้ให้บริการ ข้อมูลที่ต้องให้ผู้ใช้ และการจัดระดับความเสี่ยงของระบบ | บันทึกการอบรมและเอกสารระบบ |
| ผู้บริหาร | บทบาทขององค์กรตามกฎหมาย ความเสี่ยงหลัก และการตัดสินใจเรื่องเครื่องมือ | บันทึกการประชุมหรือการอบรม |
การอบรมในไทยที่ออกแบบตามตารางนี้ใช้ได้สองทาง คือเป็นหลักฐาน AI literacy สำหรับลูกค้ายุโรป และนับเข้าสัดส่วนกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานกับสิทธิ์หักค่าใช้จ่าย 200% ได้ เมื่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเห็นชอบหลักสูตรก่อนอบรม (คู่มือลดหย่อนภาษี 200%) ถ้าต้องการหลักฐานที่วัดผลได้ ดูตัวเลือกที่ใบรับรองทักษะ AI หลังอบรม
กฎหมายไทยเทียบกับยุโรป
ไทยยังไม่มีกฎหมายที่บังคับให้อบรม AI literacy ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของ ETDA ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี ดูสถานะล่าสุดที่กฎหมายและการกำกับดูแล AI ในไทย บริษัทไทยที่ทำงานกับยุโรปจึงควรใช้มาตรา 4 เป็นมาตรฐานขั้นต่ำของตัวเองไปก่อน
แหล่งอ้างอิง
- Article 4: AI literacy AI Act Service Desk คณะกรรมาธิการยุโรป (ข้อความรวม ณ 27 ก.ค. 2026)
- AI Literacy – Questions & Answers คณะกรรมาธิการยุโรป (ปรับปรุง 20 ต.ค. 2026)
- AI Act Service Desk FAQ: AI literacy คณะกรรมาธิการยุโรป
- Regulation (EU) 2026/1744 (Digital Omnibus on AI) EUR-Lex
- Living repository to foster learning and exchange on AI literacy คณะกรรมาธิการยุโรป
อ่านต่อ
ดูISO/IEC 42001 ระบบบริหาร AI สำหรับองค์กรที่ต้องการกรอบที่ตรวจรับรองได้ และหลักสูตรอบรม AI สำหรับพนักงาน 4 ระดับ หรือดูรายละเอียดการอบรม AI ในองค์กร