บทความ · ตัดสินใจเรื่องอบรม

เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน: นายจ้าง 100 คนขึ้นไปต้องฝึกพนักงานกี่คน คำนวณอย่างไร และนับการอบรม AI ได้แค่ไหน

Treepob Tiangtrong (Champ) · ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ TRAINIAC · 17 ตุลาคม 2026

TL;DR นายจ้างที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไปต้องพัฒนาฝีมือลูกจ้างไม่น้อยกว่า 50% ต่อปี ถ้าไม่ครบต้องส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน 1% ของฐานค่าจ้าง (ค่าจ้างขั้นต่ำสุด × 30) ต่อคนที่ขาด ต่อเดือน (ปี 2568 คนละ 1,213.20 บาทต่อปี) ยื่น สท.2 ภายในมีนาคมของปีถัดไป บทความนี้มีสูตรและตัวอย่างจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กติกานับการอบรม AI (หลักสูตรยกระดับอย่างน้อย 6 ชั่วโมงที่กรมฯ เห็นชอบ) เงินอุดหนุนใหม่ปี 2569 สำหรับหลักสูตรนวัตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ 200–300 บาทต่อคน และเพดาน 500,000 บาทต่อปีสำหรับการฝึกเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องพัฒนาฝีมือแรงงานให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปีปฏิทิน นับได้ทั้งการฝึกอบรม การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการรับรองความรู้ความสามารถ ถ้าทำไม่ครบ ต้องส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานร้อยละ 1 ของฐานค่าจ้าง (ค่าจ้างขั้นต่ำสุด × 30) ต่อคนที่ขาด ต่อเดือนที่มีหน้าที่ ตัวอย่างของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับปี 2568 คิดเป็น 1,213.20 บาทต่อคนที่ขาดต่อปี ยื่นแบบ สท.2 และจ่ายภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ถ้าจ่ายช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน การอบรม AI นับรวมได้ถ้าเป็นหลักสูตรยกระดับฝีมือที่ยาวอย่างน้อย 6 ชั่วโมงและกรมฯ เห็นชอบแล้ว สองเรื่องใหม่ในปี 2569 คือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กองทุนให้เงินอุดหนุนคนละ 200–300 บาทแก่นายจ้างที่ฝึกหลักสูตรนวัตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ให้ลูกจ้างเกินครึ่ง และตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ช่วยค่าฝึกอบรมเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ได้ตามจริงไม่เกินปีละ 500,000 บาท

ปีในบทความนี้เป็น พ.ศ. ตามตัวบท (2568 = ค.ศ. 2025 และ 2569 = ค.ศ. 2026) ข้อมูลตรวจจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเมื่อ 17 ตุลาคม 2569

ใครต้องส่งเงินสมทบ

  • นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ทุกท้องที่ ตามประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องกำหนดประเภท ขนาด และท้องที่ที่ผู้ประกอบกิจการต้องส่งเงินสมทบ (9 เมษายน 2558) ข้อ 4
  • กิจการที่ได้รับยกเว้น ตามประกาศฉบับเดียวกัน
    • เกษตรกรรม ประมง และนาเกลือที่ทำตามฤดูกาล
    • โรงเรียนเอกชนและมหาวิทยาลัยเอกชน
    • มูลนิธิและองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
  • นับลูกจ้างอย่างไร: รวมจำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน นับตั้งแต่เดือนที่มีลูกจ้างครบ 100 คน แล้วหารด้วยจำนวนเดือนนั้น ถ้ามีสาขา ให้นับลูกจ้างทุกแห่งรวมกัน
  • หน้าที่เกิดขึ้นเมื่อมีลูกจ้างครบ 100 คน แม้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน

ต้องพัฒนาลูกจ้างกี่คน

สัดส่วนที่ต้องพัฒนาคือ ร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ย เศษจากการคำนวณให้ปัดทิ้ง ตัวอย่างนี้มาจากคู่มือการคำนวณของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับปี 2568

กรณีลูกจ้าง ณ สิ้นเดือน (รวม)จำนวนเดือนลูกจ้างเฉลี่ยต้องพัฒนา
มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไปตั้งแต่มกราคม1,2451210351 คน
มีลูกจ้างครบ 100 คนเมื่อมิถุนายน783711155 คน
ที่มา: การคำนวณสัดส่วนจำนวนลูกจ้างและเงินสมทบ ประจำปี พ.ศ. 2568 · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ลูกจ้างคนเดียวกันที่ทั้งผ่านการฝึกอบรม ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และได้รับการรับรองความรู้ความสามารถ นับได้อย่างเดียวเท่านั้น

เงินสมทบคำนวณอย่างไร

สูตร: ฐานค่าจ้าง × จำนวนลูกจ้างที่ขาดจากสัดส่วน × จำนวนเดือนที่มีหน้าที่ส่งเงินสมทบ × อัตราเงินสมทบ

  • ฐานค่าจ้าง คืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำสุดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน × 30 ไม่ใช่เงินเดือนจริงของลูกจ้าง ปี 2568 ค่าจ้างขั้นต่ำสุดคือ 337 บาท ฐานค่าจ้างจึงเท่ากับ 10,110 บาทต่อเดือน
  • อัตราเงินสมทบ คือร้อยละ 1 ตามประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องอัตราเงินสมทบ (1 กรกฎาคม 2558) ข้อ 5 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน มาตรา 30 กำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 1
สถานการณ์ (ตัวอย่างที่ 1: ต้องพัฒนา 51 คน 12 เดือน)คำนวณเงินสมทบ
ไม่ได้พัฒนาฝีมือลูกจ้างเลย10,110 × 51 × 12 × 1%61,873.20 บาท
พัฒนาแล้ว 28 คน ขาด 23 คน10,110 × 23 × 12 × 1%27,903.60 บาท
พัฒนาครบ 51 คนขึ้นไป—ไม่ต้องส่ง
ตัวเลขจากคู่มือการคำนวณเงินสมทบ ประจำปี 2568 ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน · ถ้าค่าจ้างขั้นต่ำสุดเปลี่ยน ให้ใช้อัตราใหม่

กำหนดส่ง: ยื่นแบบ สท.2 พร้อมเงินสมทบภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ทางอิเล็กทรอนิกส์ ของปี 2569 จึงครบกำหนดภายใน 31 มีนาคม 2570

จ่ายช้า: เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง เศษของเดือนตั้งแต่ 15 วันขึ้นไปนับเป็นหนึ่งเดือน

การอบรม AI นับรวมได้อย่างไร

การอบรม AI ให้พนักงานเป็นการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จึงนับเข้าสัดส่วนร้อยละ 50 ได้ ถ้าทำตามกติกานี้

กติการายละเอียด
ต้องเป็นการฝึกยกระดับหรือฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพการฝึกเตรียมเข้าทำงานนับไม่ได้
ความยาวขั้นต่ำยกระดับฝีมืออย่างน้อย 6 ชั่วโมง · เปลี่ยนสาขาอาชีพอย่างน้อย 18 ชั่วโมง
กรมฯ ต้องเห็นชอบหลักสูตรก่อนจัดเองหรือจ้างผู้ให้บริการมาสอน: ยป.1 หรือ ยป.4 อย่างน้อย 30 วันก่อนอบรม · e-learning: ยป.2 อย่างน้อย 30 วัน · ส่งไปอบรมข้างนอกในประเทศ: ยป.3 อย่างน้อย 15 วัน
ยป.2 และ ยป.3ความเห็นชอบใช้นับจำนวนผู้รับการฝึกเพื่อประเมินเงินสมทบเท่านั้น (เรื่องภาษีดูคู่มือ 200%)
นับคนไม่ซ้ำในปีเดียวกันคนเดียวเรียนหลายหลักสูตร นับเป็นคนเดียวในสัดส่วน แต่ค่าอบรมทุกครั้งยังนำไปหักภาษีได้
ใครนับได้ลูกจ้างที่ฝึกแล้วลาออกระหว่างปีนับได้ · แรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานนับได้ · ลูกจ้างของบริษัทอื่นนับไม่ได้
ที่มา: คู่มือการคำนวณเงินสมทบ ประจำปี 2568 และประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์หลักสูตร (2568) · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

วางแผนจากตัวเลขจริง (แม่แบบของ TRAINIAC): องค์กรที่มีลูกจ้างเฉลี่ย 300 คนต้องพัฒนาอย่างน้อย 150 คนต่อปี ถ้าใช้หลักสูตร AI สำหรับพนักงาน 6 ชั่วโมง รุ่นละ 30 คน ต้องจัด 5 รุ่น และควรยื่น ยป.1 ของแต่ละรุ่นอย่างน้อย 30 วันก่อนวันอบรม ถ้าใช้หลักสูตรเดิมที่กรมฯ เคยเห็นชอบแล้ว รุ่นถัดไปยื่น ยป.4 ได้ การวางเป็นรุ่นแบบนี้ตรงกับที่เราเห็นในงานจริง ดูรายงานการอบรม AI ในองค์กรไทย 2025–2026

เงินอุดหนุนจากกองทุน รวมเรื่องใหม่ปี 2569

กองทุนไม่ได้มีแค่เงินสมทบ นายจ้างที่ฝึกพนักงานครบหรือเกินสัดส่วนขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนได้ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (31 มีนาคม 2568) และฉบับแก้ไข

ข้อเงื่อนไขได้อะไรมีผล
ข้อ 5ส่งเงินสมทบครบตามกำหนดแล้ว และปีถัดมาฝึกครบสัดส่วนร้อยละ 25 ของเงินสมทบที่ส่ง1 เม.ย. 2568
ข้อ 6ฝึกเกินร้อยละ 70 ถึง 80 / เกินร้อยละ 80200 / 300 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน1 เม.ย. 2568
ข้อ 6/1 (ใหม่)ปีที่ผ่านมาฝึกหลักสูตรเฉพาะเรื่องนวัตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ที่กรมฯ เห็นชอบ ให้ลูกจ้างเกินร้อยละ 50 ถึง 80 / เกินร้อยละ 80200 / 300 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน · ใช้สิทธิข้อ 6/1 แล้วขอข้อ 6 ไม่ได้1 ม.ค. 2569
ข้อ 9 (แก้ใหม่)ฝึกอบรมลูกจ้างเพื่อสร้างนวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ผลิตสินค้าหรือบริการ ตามหลักเกณฑ์หลักสูตรที่คณะกรรมการประกาศค่าใช้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินปีละ 500,000 บาท1 ต.ค. 2569
ที่มา: ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ฉบับที่ 2 (ราชกิจจานุเบกษา 21 ม.ค. 2569) และฉบับที่ 3 (30 ก.ย. 2569)
  • ยื่นขอเงินตามข้อ 5, 6 และ 6/1 ภายใน 90 วันนับแต่วันถัดจากวันสุดท้ายที่ต้องยื่นแบบแสดงการส่งเงินสมทบ
  • คำว่า "ต่อลูกจ้างหนึ่งคน" ในข้อ 6 และ 6/1 ตัวประกาศไม่ได้แยกว่านับจากลูกจ้างทั้งหมดหรือเฉพาะคนที่ได้รับการฝึก ควรยืนยันกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก่อนคำนวณยอดที่จะขอ
  • ข้อ 9 มีผลแล้ว แต่หลักเกณฑ์หลักสูตรที่จะเข้าข้อนี้ต้องดูประกาศของคณะกรรมการ

ข้อ 6/1 เป็นครั้งแรกที่ประกาศของกองทุนเขียนถึง "ปัญญาประดิษฐ์" โดยตรง องค์กรที่วางแผนอบรม AI ให้พนักงานเกินครึ่งอยู่แล้วจึงควรยื่นหลักสูตรให้กรมฯ เห็นชอบในฐานะหลักสูตร AI ตั้งแต่ต้น

ปฏิทินของ HR ในหนึ่งปี

  1. ต้นปี: คำนวณลูกจ้างเฉลี่ยคร่าว ๆ และจำนวนคนที่ต้องพัฒนา แล้ววางรุ่นอบรมให้ครบปี
  2. อย่างน้อย 30 วันก่อนแต่ละรุ่น: ยื่น ยป.1 หรือ ยป.4 (ส่งไปอบรมข้างนอกยื่น ยป.3 อย่างน้อย 15 วัน)
  3. ภายใน 60 วันหลังอบรมจบ แต่ไม่เกิน 15 มกราคมของปีถัดไป: ยื่นรายงานผลการฝึก รง.1
  4. ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป: ยื่น สท.2 และส่งเงินสมทบถ้ายังขาดสัดส่วน
  5. ภายใน 90 วันหลังวันสุดท้ายของการยื่น สท.2: ยื่นขอเงินอุดหนุนตามข้อ 5, 6 หรือ 6/1

ความเห็นชอบหลักสูตรผ่าน ยป.1 เป็นเงื่อนไขเดียวกับการหักค่าอบรมเป็นรายจ่าย 200% ดูขั้นตอนและเอกสารในคู่มือลดหย่อนภาษี 200% ค่าอบรมพนักงาน เวลาอบรมในองค์กรกับ TRAINIAC เราเตรียมเอกสารหลักสูตร กำหนดการ และประวัติวิทยากรให้ฝ่าย HR ยื่นได้ครบ ดูที่การอบรม AI ในองค์กร

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ

บทความอื่นในหัวข้อตัดสินใจเรื่องการอบรม · วางงบอบรม AI ทั้งองค์กร · อบรม AI ครั้งเดียวไม่พอ: แผน 12 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทต้องมีลูกจ้างกี่คนถึงต้องส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน?
ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ทุกท้องที่ ตามประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องกำหนดประเภท ขนาด และท้องที่ที่ผู้ประกอบกิจการต้องส่งเงินสมทบ (9 เม.ย. 2558) ข้อ 4 นับจากจำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือนตั้งแต่เดือนที่ครบ 100 คน หารด้วยจำนวนเดือน และรวมลูกจ้างทุกสาขา กิจการที่ได้รับยกเว้น เช่น โรงเรียนเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชน และมูลนิธิที่มา: ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดประเภท ขนาด และท้องที่ที่ต้องส่งเงินสมทบ · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ต้องฝึกอบรมพนักงานกี่เปอร์เซ็นต์ถึงไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ?
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปีปฏิทิน นับรวมได้ทั้งการฝึกอบรม การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการรับรองความรู้ความสามารถ เศษจากการคำนวณให้ปัดทิ้ง เช่น ลูกจ้างเฉลี่ย 103 คน ต้องพัฒนา 51 คน ถ้าทำไม่ครบ จ่ายเงินสมทบเฉพาะส่วนที่ขาดที่มา: ประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบ · กรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มา: การคำนวณสัดส่วนจำนวนลูกจ้างและเงินสมทบ ประจำปี 2568 · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
เงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานคำนวณอย่างไร?
ฐานค่าจ้าง × จำนวนลูกจ้างที่ขาดจากสัดส่วน × จำนวนเดือนที่มีหน้าที่ × ร้อยละ 1 ฐานค่าจ้างคือค่าจ้างขั้นต่ำสุดตามกฎหมาย × 30 ปี 2568 เท่ากับ 337 × 30 = 10,110 บาท จึงคิดเป็น 1,213.20 บาทต่อคนที่ขาดต่อปี ตัวอย่างของกรมฯ บริษัทที่ต้องพัฒนา 51 คนแต่ไม่ได้ทำเลย จ่าย 61,873.20 บาท ยื่น สท.2 และจ่ายภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป จ่ายช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนที่มา: การคำนวณสัดส่วนจำนวนลูกจ้างและเงินสมทบ ประจำปี 2568 · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
อบรม AI ให้พนักงานนับเข้าสัดส่วนกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้ไหม?
ได้ ถ้าเป็นหลักสูตรยกระดับฝีมือที่ยาวอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเห็นชอบก่อนอบรม กรณีจัดในองค์กรหรือจ้างผู้ให้บริการมาสอน ยื่น ยป.1 หรือ ยป.4 อย่างน้อย 30 วันก่อนวันอบรม พนักงานคนเดียวเรียนหลายหลักสูตรนับเป็นคนเดียวในปีนั้น และการฝึกเตรียมเข้าทำงานนับไม่ได้ที่มา: การคำนวณสัดส่วนจำนวนลูกจ้างและเงินสมทบ ประจำปี 2568 · กรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มา: ประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์หลักสูตรและค่าใช้จ่ายในการฝึก (2568) · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
มีเงินอุดหนุนจากกองทุนสำหรับการอบรม AI ไหม?
มี ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ฉบับที่ 2 เพิ่มข้อ 6/1 ให้เงินอุดหนุนนายจ้างที่ปีที่ผ่านมาฝึกหลักสูตรเฉพาะเรื่องนวัตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ที่กรมฯ เห็นชอบ ให้ลูกจ้างเกินร้อยละ 50 ถึง 80 ได้ 200 บาท และเกินร้อยละ 80 ได้ 300 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน ยื่นขอภายใน 90 วันหลังวันสุดท้ายของการยื่นแบบส่งเงินสมทบ ใช้สิทธิข้อ 6/1 แล้วขอข้อ 6 ไม่ได้ที่มา: ประกาศคณะกรรมการฯ หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนฯ ฉบับที่ 2 · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานช่วยค่าอบรมเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ได้เท่าไร?
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ข้อ 9 ที่แก้ใหม่ในประกาศคณะกรรมการฯ ฉบับที่ 3 ให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนค่าใช้จ่ายฝึกอบรมลูกจ้างเพื่อสร้างนวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินปีละ 500,000 บาท หลักสูตรต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดที่มา: ประกาศคณะกรรมการฯ หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนฯ ฉบับที่ 3 · กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
อบรมองค์กรHR/L&Dภาษี

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมดในหัวข้อ ตัดสินใจเรื่องอบรม →