นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องพัฒนาฝีมือแรงงานให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปีปฏิทิน นับได้ทั้งการฝึกอบรม การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการรับรองความรู้ความสามารถ ถ้าทำไม่ครบ ต้องส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานร้อยละ 1 ของฐานค่าจ้าง (ค่าจ้างขั้นต่ำสุด × 30) ต่อคนที่ขาด ต่อเดือนที่มีหน้าที่ ตัวอย่างของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับปี 2568 คิดเป็น 1,213.20 บาทต่อคนที่ขาดต่อปี ยื่นแบบ สท.2 และจ่ายภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ถ้าจ่ายช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน การอบรม AI นับรวมได้ถ้าเป็นหลักสูตรยกระดับฝีมือที่ยาวอย่างน้อย 6 ชั่วโมงและกรมฯ เห็นชอบแล้ว สองเรื่องใหม่ในปี 2569 คือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กองทุนให้เงินอุดหนุนคนละ 200–300 บาทแก่นายจ้างที่ฝึกหลักสูตรนวัตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ให้ลูกจ้างเกินครึ่ง และตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ช่วยค่าฝึกอบรมเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ได้ตามจริงไม่เกินปีละ 500,000 บาท
ปีในบทความนี้เป็น พ.ศ. ตามตัวบท (2568 = ค.ศ. 2025 และ 2569 = ค.ศ. 2026) ข้อมูลตรวจจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเมื่อ 17 ตุลาคม 2569
ใครต้องส่งเงินสมทบ
- นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ทุกท้องที่ ตามประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องกำหนดประเภท ขนาด และท้องที่ที่ผู้ประกอบกิจการต้องส่งเงินสมทบ (9 เมษายน 2558) ข้อ 4
- กิจการที่ได้รับยกเว้น ตามประกาศฉบับเดียวกัน
- เกษตรกรรม ประมง และนาเกลือที่ทำตามฤดูกาล
- โรงเรียนเอกชนและมหาวิทยาลัยเอกชน
- มูลนิธิและองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
- นับลูกจ้างอย่างไร: รวมจำนวนลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน นับตั้งแต่เดือนที่มีลูกจ้างครบ 100 คน แล้วหารด้วยจำนวนเดือนนั้น ถ้ามีสาขา ให้นับลูกจ้างทุกแห่งรวมกัน
- หน้าที่เกิดขึ้นเมื่อมีลูกจ้างครบ 100 คน แม้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ต้องพัฒนาลูกจ้างกี่คน
สัดส่วนที่ต้องพัฒนาคือ ร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ย เศษจากการคำนวณให้ปัดทิ้ง ตัวอย่างนี้มาจากคู่มือการคำนวณของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับปี 2568
| กรณี | ลูกจ้าง ณ สิ้นเดือน (รวม) | จำนวนเดือน | ลูกจ้างเฉลี่ย | ต้องพัฒนา |
|---|---|---|---|---|
| มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไปตั้งแต่มกราคม | 1,245 | 12 | 103 | 51 คน |
| มีลูกจ้างครบ 100 คนเมื่อมิถุนายน | 783 | 7 | 111 | 55 คน |
ลูกจ้างคนเดียวกันที่ทั้งผ่านการฝึกอบรม ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และได้รับการรับรองความรู้ความสามารถ นับได้อย่างเดียวเท่านั้น
เงินสมทบคำนวณอย่างไร
สูตร: ฐานค่าจ้าง × จำนวนลูกจ้างที่ขาดจากสัดส่วน × จำนวนเดือนที่มีหน้าที่ส่งเงินสมทบ × อัตราเงินสมทบ
- ฐานค่าจ้าง คืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำสุดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน × 30 ไม่ใช่เงินเดือนจริงของลูกจ้าง ปี 2568 ค่าจ้างขั้นต่ำสุดคือ 337 บาท ฐานค่าจ้างจึงเท่ากับ 10,110 บาทต่อเดือน
- อัตราเงินสมทบ คือร้อยละ 1 ตามประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องอัตราเงินสมทบ (1 กรกฎาคม 2558) ข้อ 5 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน มาตรา 30 กำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 1
| สถานการณ์ (ตัวอย่างที่ 1: ต้องพัฒนา 51 คน 12 เดือน) | คำนวณ | เงินสมทบ |
|---|---|---|
| ไม่ได้พัฒนาฝีมือลูกจ้างเลย | 10,110 × 51 × 12 × 1% | 61,873.20 บาท |
| พัฒนาแล้ว 28 คน ขาด 23 คน | 10,110 × 23 × 12 × 1% | 27,903.60 บาท |
| พัฒนาครบ 51 คนขึ้นไป | — | ไม่ต้องส่ง |
กำหนดส่ง: ยื่นแบบ สท.2 พร้อมเงินสมทบภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ทางอิเล็กทรอนิกส์ ของปี 2569 จึงครบกำหนดภายใน 31 มีนาคม 2570
จ่ายช้า: เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง เศษของเดือนตั้งแต่ 15 วันขึ้นไปนับเป็นหนึ่งเดือน
การอบรม AI นับรวมได้อย่างไร
การอบรม AI ให้พนักงานเป็นการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จึงนับเข้าสัดส่วนร้อยละ 50 ได้ ถ้าทำตามกติกานี้
| กติกา | รายละเอียด |
|---|---|
| ต้องเป็นการฝึกยกระดับหรือฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ | การฝึกเตรียมเข้าทำงานนับไม่ได้ |
| ความยาวขั้นต่ำ | ยกระดับฝีมืออย่างน้อย 6 ชั่วโมง · เปลี่ยนสาขาอาชีพอย่างน้อย 18 ชั่วโมง |
| กรมฯ ต้องเห็นชอบหลักสูตรก่อน | จัดเองหรือจ้างผู้ให้บริการมาสอน: ยป.1 หรือ ยป.4 อย่างน้อย 30 วันก่อนอบรม · e-learning: ยป.2 อย่างน้อย 30 วัน · ส่งไปอบรมข้างนอกในประเทศ: ยป.3 อย่างน้อย 15 วัน |
| ยป.2 และ ยป.3 | ความเห็นชอบใช้นับจำนวนผู้รับการฝึกเพื่อประเมินเงินสมทบเท่านั้น (เรื่องภาษีดูคู่มือ 200%) |
| นับคนไม่ซ้ำในปีเดียวกัน | คนเดียวเรียนหลายหลักสูตร นับเป็นคนเดียวในสัดส่วน แต่ค่าอบรมทุกครั้งยังนำไปหักภาษีได้ |
| ใครนับได้ | ลูกจ้างที่ฝึกแล้วลาออกระหว่างปีนับได้ · แรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานนับได้ · ลูกจ้างของบริษัทอื่นนับไม่ได้ |
วางแผนจากตัวเลขจริง (แม่แบบของ TRAINIAC): องค์กรที่มีลูกจ้างเฉลี่ย 300 คนต้องพัฒนาอย่างน้อย 150 คนต่อปี ถ้าใช้หลักสูตร AI สำหรับพนักงาน 6 ชั่วโมง รุ่นละ 30 คน ต้องจัด 5 รุ่น และควรยื่น ยป.1 ของแต่ละรุ่นอย่างน้อย 30 วันก่อนวันอบรม ถ้าใช้หลักสูตรเดิมที่กรมฯ เคยเห็นชอบแล้ว รุ่นถัดไปยื่น ยป.4 ได้ การวางเป็นรุ่นแบบนี้ตรงกับที่เราเห็นในงานจริง ดูรายงานการอบรม AI ในองค์กรไทย 2025–2026
เงินอุดหนุนจากกองทุน รวมเรื่องใหม่ปี 2569
กองทุนไม่ได้มีแค่เงินสมทบ นายจ้างที่ฝึกพนักงานครบหรือเกินสัดส่วนขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนได้ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (31 มีนาคม 2568) และฉบับแก้ไข
| ข้อ | เงื่อนไข | ได้อะไร | มีผล |
|---|---|---|---|
| ข้อ 5 | ส่งเงินสมทบครบตามกำหนดแล้ว และปีถัดมาฝึกครบสัดส่วน | ร้อยละ 25 ของเงินสมทบที่ส่ง | 1 เม.ย. 2568 |
| ข้อ 6 | ฝึกเกินร้อยละ 70 ถึง 80 / เกินร้อยละ 80 | 200 / 300 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน | 1 เม.ย. 2568 |
| ข้อ 6/1 (ใหม่) | ปีที่ผ่านมาฝึกหลักสูตรเฉพาะเรื่องนวัตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์ที่กรมฯ เห็นชอบ ให้ลูกจ้างเกินร้อยละ 50 ถึง 80 / เกินร้อยละ 80 | 200 / 300 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน · ใช้สิทธิข้อ 6/1 แล้วขอข้อ 6 ไม่ได้ | 1 ม.ค. 2569 |
| ข้อ 9 (แก้ใหม่) | ฝึกอบรมลูกจ้างเพื่อสร้างนวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ผลิตสินค้าหรือบริการ ตามหลักเกณฑ์หลักสูตรที่คณะกรรมการประกาศ | ค่าใช้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินปีละ 500,000 บาท | 1 ต.ค. 2569 |
- ยื่นขอเงินตามข้อ 5, 6 และ 6/1 ภายใน 90 วันนับแต่วันถัดจากวันสุดท้ายที่ต้องยื่นแบบแสดงการส่งเงินสมทบ
- คำว่า "ต่อลูกจ้างหนึ่งคน" ในข้อ 6 และ 6/1 ตัวประกาศไม่ได้แยกว่านับจากลูกจ้างทั้งหมดหรือเฉพาะคนที่ได้รับการฝึก ควรยืนยันกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก่อนคำนวณยอดที่จะขอ
- ข้อ 9 มีผลแล้ว แต่หลักเกณฑ์หลักสูตรที่จะเข้าข้อนี้ต้องดูประกาศของคณะกรรมการ
ข้อ 6/1 เป็นครั้งแรกที่ประกาศของกองทุนเขียนถึง "ปัญญาประดิษฐ์" โดยตรง องค์กรที่วางแผนอบรม AI ให้พนักงานเกินครึ่งอยู่แล้วจึงควรยื่นหลักสูตรให้กรมฯ เห็นชอบในฐานะหลักสูตร AI ตั้งแต่ต้น
ปฏิทินของ HR ในหนึ่งปี
- ต้นปี: คำนวณลูกจ้างเฉลี่ยคร่าว ๆ และจำนวนคนที่ต้องพัฒนา แล้ววางรุ่นอบรมให้ครบปี
- อย่างน้อย 30 วันก่อนแต่ละรุ่น: ยื่น ยป.1 หรือ ยป.4 (ส่งไปอบรมข้างนอกยื่น ยป.3 อย่างน้อย 15 วัน)
- ภายใน 60 วันหลังอบรมจบ แต่ไม่เกิน 15 มกราคมของปีถัดไป: ยื่นรายงานผลการฝึก รง.1
- ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป: ยื่น สท.2 และส่งเงินสมทบถ้ายังขาดสัดส่วน
- ภายใน 90 วันหลังวันสุดท้ายของการยื่น สท.2: ยื่นขอเงินอุดหนุนตามข้อ 5, 6 หรือ 6/1
ความเห็นชอบหลักสูตรผ่าน ยป.1 เป็นเงื่อนไขเดียวกับการหักค่าอบรมเป็นรายจ่าย 200% ดูขั้นตอนและเอกสารในคู่มือลดหย่อนภาษี 200% ค่าอบรมพนักงาน เวลาอบรมในองค์กรกับ TRAINIAC เราเตรียมเอกสารหลักสูตร กำหนดการ และประวัติวิทยากรให้ฝ่าย HR ยื่นได้ครบ ดูที่การอบรม AI ในองค์กร
แหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (มาตรา 29–31) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดประเภท ขนาด และท้องที่ที่ผู้ประกอบกิจการต้องส่งเงินสมทบ (9 เม.ย. 2558) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบ (22 เม.ย. 2558) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ วิธีการเรียกเก็บ และฐานค่าจ้าง (1 ก.ค. 2558) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- การคำนวณสัดส่วนจำนวนลูกจ้างและเงินสมทบ ประจำปี พ.ศ. 2568 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- ประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์หลักสูตรและค่าใช้จ่ายในการฝึก (ราชกิจจานุเบกษา 20 ก.พ. 2568) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- ประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนฯ ฉบับที่ 2 (ข้อ 6/1) และฉบับที่ 3 (ข้อ 9) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- รวมกฎหมายส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (มีประกาศหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินอุดหนุน 31 มี.ค. 2568) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
อ่านต่อ
บทความอื่นในหัวข้อตัดสินใจเรื่องการอบรม · วางงบอบรม AI ทั้งองค์กร · อบรม AI ครั้งเดียวไม่พอ: แผน 12 เดือน