บทความ · กลยุทธ์ AI ในองค์กร

AI ในโรงพยาบาลและงานสุขภาพ: ข้อมูลผู้ป่วยตาม PDPA มาตรา 26 แนวทาง AI ของ สคส. และเส้นแบ่งกับเครื่องมือแพทย์

Treepob Tiangtrong (Champ) · ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ TRAINIAC · 18 ตุลาคม 2026

TL;DR โรงพยาบาลใช้ AI ได้ แต่ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA มาตรา 26 แนวทาง AI ของ สคส. (7 ต.ค. 2026) ระบุว่าการพิมพ์ข้อมูลผู้ป่วยลง prompt อาจถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการ แนะนำระบบภายในองค์กรหรือข้อตกลงห้ามฝึกโมเดลสำหรับข้อมูลอ่อนไหว และให้แพทย์ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเมื่อใช้ AI ช่วยวินิจฉัย บทความนี้แยกงาน AI ในโรงพยาบาลเป็นสี่กลุ่ม ฐานตามมาตรา 26 ที่ใช้บ่อย กฎหมายความลับผู้ป่วยอื่น เส้นแบ่งกับเครื่องมือแพทย์ของ อย. คดีปรับโรงพยาบาลจริง และเช็กลิสต์ก่อนเริ่มใช้

โรงพยาบาลใช้ AI ได้ แต่ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA มาตรา 26 ต้องได้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น ซึ่งข้อที่ใช้บ่อยที่สุดคือการวินิจฉัย รักษา และให้บริการสุขภาพภายใต้หน้าที่รักษาความลับของวิชาชีพ (มาตรา 26 (5) (ก)) ส่วนการนำเวชระเบียนเดิมไปพัฒนา AI เป็นวัตถุประสงค์ใหม่ที่ต้องมีฐานรองรับของตัวเอง แนวทาง AI ของ สคส. ที่เผยแพร่ 7 ต.ค. 2026 ไม่มีสภาพบังคับ แต่ระบุสามเรื่องที่กระทบงานในโรงพยาบาลโดยตรง เรื่องแรกการพิมพ์ข้อมูลผู้ป่วยลง prompt อาจถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการ AI และแม้ตัดชื่อออก อาการเฉพาะกับบริบทแวดล้อมก็อาจระบุตัวผู้ป่วยได้ เรื่องที่สองคือข้อมูลอ่อนไหวควรพิจารณาติดตั้งระบบภายในองค์กร หรือทำข้อตกลงที่ห้ามผู้ให้บริการนำข้อมูลไปฝึกโมเดล เรื่องที่สามคือ AI ช่วยวินิจฉัยต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย นอกจาก PDPA ยังมี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ มาตรา 7 ที่ถือว่าข้อมูลสุขภาพเป็นความลับส่วนบุคคล และ AI ที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์อาจเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ อย. กำกับ บทความนี้แยกงาน AI ในโรงพยาบาลเป็นสี่กลุ่ม พร้อมฐานทางกฎหมาย คดีปรับโรงพยาบาลจริง และเช็กลิสต์ก่อนเริ่มใช้

บทความนี้สรุปจากตัวบทและเอกสารของหน่วยงานรัฐเพื่อการวางระบบ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายหรือทางการแพทย์ กรณีจริงควรผ่าน DPO และที่ปรึกษากฎหมายของโรงพยาบาล

แยกงาน AI ในโรงพยาบาลเป็นสี่กลุ่ม

กลุ่มงานตัวอย่างกฎที่ต้องดูสิ่งที่ต้องทำ
งานเอกสารที่ไม่มีข้อมูลผู้ป่วยร่างนโยบาย สรุปประชุม สื่อสารภายใน งาน HR และจัดซื้อPDPA ทั่วไปและนโยบาย AI ขององค์กรใช้บัญชีองค์กร และห้ามป้อนข้อมูลผู้ป่วยลงเครื่องมือทั่วไป
งานที่แตะข้อมูลผู้ป่วยสรุปเวชระเบียน ร่างจดหมายส่งตัว ตอบคำถามผู้ป่วยPDPA มาตรา 26, 37 และ 40 · พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ มาตรา 7ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลที่ห้ามนำไปฝึกโมเดล ปกปิดข้อมูลเท่าที่ทำได้ หรือใช้ระบบภายในองค์กร
AI ที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ช่วยวินิจฉัยจากภาพรังสี คัดกรองโรค ติดตามอาการPDPA มาตรา 26 · กฎหมายเครื่องมือแพทย์ (อย.)ตรวจว่าเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์หรือไม่ และให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
นำเวชระเบียนเดิมไปพัฒนา AIฝึกโมเดลจากข้อมูลการรักษาย้อนหลังPDPA มาตรา 26 และ 27 (วัตถุประสงค์ใหม่)ความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือฐานวิจัยตามมาตรา 26 (5) (ง) เท่าที่จำเป็น แฝงข้อมูล และประเมินผลกระทบ (DPIA)
แม่แบบของ TRAINIAC จากตัวบท PDPA แนวทาง AI ของ สคส. และหน้าการกำกับซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ของ อย. ตรวจ 18 ต.ค. 2026

ฐานตามมาตรา 26 ที่ใช้บ่อยในงานสุขภาพ

ฐานใช้เมื่อเงื่อนไข
ความยินยอมโดยชัดแจ้งงานที่ไม่เข้าข้อยกเว้น เช่น ใช้ข้อมูลผู้ป่วยกับเครื่องมือ AI นอกการรักษาต้องชัดแจ้งและถอนได้
26 (1) ป้องกันอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วยให้ความยินยอมไม่ได้ เช่น หมดสติในห้องฉุกเฉินไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามที่ให้ความยินยอมไม่ได้
26 (5) (ก) การแพทย์และบริการสุขภาพวินิจฉัย รักษา เวชศาสตร์ป้องกัน และการจัดการด้านสุขภาพต้องจำเป็นตามกฎหมาย และถ้าไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างผู้ป่วยกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีหน้าที่รักษาความลับ
26 (5) (ข) สาธารณสุขโรคติดต่อ การควบคุมคุณภาพยาและเครื่องมือแพทย์มีมาตรการเหมาะสมและเจาะจง โดยเฉพาะการรักษาความลับ
26 (5) (ง) วิจัยและสถิติพัฒนา AI จากเวชระเบียนเพื่อการวิจัยเท่าที่จำเป็น และมีมาตรการคุ้มครองตามที่คณะกรรมการประกาศ
จากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ในราชกิจจานุเบกษา

ข้อที่ต้องระวังคือ ข้อมูลที่เก็บมาเพื่อรักษาตามข้อ (ก) ใช้ได้ภายในฐานนั้น การนำไปใช้กับเครื่องมือ AI เพื่อวัตถุประสงค์อื่นต้องหาฐานใหม่ตามมาตรา 27 (PDPA กับการใช้ AI ในองค์กร)

สิ่งที่แนวทาง AI ของ สคส. พูดถึงงานสุขภาพ

แนวทางการดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI version 1.0 ไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมาย แต่มีตัวอย่างจากงานสุขภาพหลายจุด

  • ข้อมูลผู้ป่วยใน prompt การพิมพ์ ประวัติการรักษา อาการ หรือข้อมูลพันธุกรรม ลง Generative AI อาจถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการ และแม้ไม่ใส่ชื่อ อาการเฉพาะร่วมกับบริบท เช่น พื้นที่อยู่อาศัยหรือเวลาเข้ารับการรักษา ก็อาจระบุตัวผู้ป่วยได้
  • พัฒนา AI จากเวชระเบียน แนวทางยกสถานการณ์โรงพยาบาลนำข้อมูลเวชระเบียนมาพัฒนา AI เพื่อการวิจัยทางการแพทย์ ถ้าขอความยินยอมโดยชัดแจ้งไม่ได้ ให้พิจารณาฐานตามมาตรา 26 (5) เท่าที่จำเป็น และควรแฝงข้อมูล (pseudonymization)
  • AI ช่วยวินิจฉัย ตัวอย่างโรงพยาบาลใช้ AI อ่านภาพรังสีคัดกรองมะเร็ง ถ้าระบบผิดพลาดหรือเรียนจากข้อมูลที่ไม่ครอบคลุมประชากรไทย อาจวินิจฉัยผิด แพทย์จึงควรเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
  • เลือกรูปแบบติดตั้ง ประเมินความเสี่ยงก่อนใช้ข้อมูล ข้อมูลอ่อนไหวควรพิจารณาติดตั้งภายในองค์กร (on-premises) ถ้าจำเป็นต้องใช้ cloud หรือ API ให้ทำข้อตกลงที่รัดกุม โดยเฉพาะห้ามผู้ให้บริการนำข้อมูลไปฝึกโมเดลต่อ
  • ผู้รับจ้างพัฒนา AI บริษัทที่พัฒนา AI ตามคำสั่งของโรงพยาบาลเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล โรงพยาบาลเป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบหลัก จึงต้องมีข้อตกลงตามมาตรา 40

กฎหมายความลับผู้ป่วยที่ใช้ควบคู่

  • พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ห้ามเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหาย เว้นแต่เป็นความประสงค์ของบุคคลนั้นหรือมีกฎหมายเฉพาะให้เปิดเผย ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 49 จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การคุ้มครองและจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล พ.ศ. 2561 ใช้กับหน่วยงานของกระทรวงและสถานพยาบาลตามกฎหมายสถานพยาบาล กำหนดให้ข้อมูลสุขภาพเป็นความลับ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีการยืนยันตัวตนและการกำหนดสิทธิ์
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 ความผิดฐานเปิดเผยความลับของผู้อื่นที่ได้รู้มาจากวิชาชีพ เช่น แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล

AI เป็นเครื่องมือแพทย์เมื่อไร

อย. ระบุว่าซอฟต์แวร์และ AI ที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ เช่น การวินิจฉัย ติดตาม หรือรักษา อาจเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ ส่วนซอฟต์แวร์ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ ในทางปฏิบัติ AI ที่ช่วยสรุปเอกสาร จัดตารางนัด หรือร่างจดหมาย อยู่นอกกรอบนี้ แต่ระบบช่วยวินิจฉัยต้องตรวจตามหลักเกณฑ์การคัดกรองของ อย. ก่อนผลิตหรือนำเข้า

คดีปรับโรงพยาบาลและบทเรียนต่อผู้ให้บริการ AI

เดือนสิงหาคม 2025 มีรายงานว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งปรับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง 1,210,000 บาท หลังเวชระเบียนผู้ป่วยกว่า 1,000 ฉบับหลุดออกไปและถูกนำไปทำเป็นถุงขนม เพราะโรงพยาบาลจ้างผู้ทำลายเอกสารรายเล็กโดยไม่ติดตามหรือตรวจสอบ ผู้รับจ้างถูกปรับอีก 16,940 บาท

ผู้ให้บริการ AI อยู่ในโครงสร้างเดียวกันกับผู้รับจ้างทำลายเอกสาร คือเป็นผู้ประมวลผลที่โรงพยาบาลต้องทำข้อตกลงและติดตามดูแล ถ้าแพทย์หรือพยาบาลวางข้อมูลผู้ป่วยลงเครื่องมือ AI ที่โรงพยาบาลไม่ได้ทำข้อตกลงไว้ ความรับผิดตกอยู่กับโรงพยาบาลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล โทษปรับทางปกครองกรณีข้อมูลอ่อนไหวสูงสุด 5 ล้านบาท

เช็กลิสต์ก่อนใช้ AI ในโรงพยาบาล

ทำอะไรอ้างอิง
จัดงาน AI ทุกงานเข้าสี่กลุ่มด้านบน และกำหนดเครื่องมือที่อนุมัติของแต่ละกลุ่มแม่แบบของ TRAINIAC
ห้ามป้อนข้อมูลผู้ป่วยลง AI ที่ไม่มีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลแนวทาง AI ของ สคส. และ PDPA มาตรา 40
ข้อตกลงกับผู้ให้บริการระบุห้ามนำข้อมูลไปฝึกโมเดล และแจ้งเหตุละเมิดภายใน 72 ชั่วโมงแนวทาง AI ของ สคส. และประกาศการแจ้งเหตุละเมิด
งานข้อมูลอ่อนไหวจำนวนมากหรือพัฒนา AI ให้ทำ DPIA ก่อนแนวทาง AI ของ สคส.
AI ช่วยวินิจฉัย ให้แพทย์ตัดสินใจขั้นสุดท้ายและบันทึกไว้แนวทาง AI ของ สคส.
ตรวจว่า AI ทางคลินิกเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์หรือไม่หลักเกณฑ์ของ อย.
อบรมบุคลากรเรื่องการปกปิดข้อมูลและการตรวจผล AIแนวทาง AI ของ สคส. (นโยบายและการสร้างความตระหนัก)
แม่แบบของ TRAINIAC สำหรับฝ่ายบริหาร DPO และฝ่าย IT ของโรงพยาบาล

กติกาการปกปิดข้อมูลระดับพนักงานดูได้ที่เช็กลิสต์ก่อนวางข้อมูลลงใน AI และเรื่องที่ตั้งข้อมูลของเครื่องมือแต่ละตัวที่ข้อมูลไปประมวลผลที่ไหน

งานอบรมสายสุขภาพที่เราสอน

  • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท (30 พ.ค. 2025): AI for Doctors สำหรับแพทย์
  • PCL Holdings (19 มิ.ย. 2025): AI for Workforce สำหรับบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องมือและน้ำยาตรวจวิเคราะห์โรค

ดูรูปแบบการอบรมสำหรับโรงพยาบาลที่อบรม AI สำหรับโรงพยาบาลและองค์กรด้านสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ

ดูกฎหมายและการกำกับดูแล AI ในไทย และความเสี่ยงจาก AI ที่องค์กรต้องคุม หรือดูหลักสูตร AI Governance & Responsible AI ที่จัดในองค์กรได้

คำถามที่พบบ่อย

แพทย์พิมพ์ข้อมูลผู้ป่วยลงแชตบอต AI ได้ไหม?
ไม่ควรถ้าโรงพยาบาลไม่มีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการ ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA มาตรา 26 และแนวทาง AI ของ สคส. ระบุว่าการพิมพ์ข้อมูลผู้ป่วยลง prompt อาจถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการ แม้ตัดชื่อออก อาการเฉพาะร่วมกับบริบทก็อาจระบุตัวผู้ป่วยได้ที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
โรงพยาบาลใช้ฐานอะไรตาม PDPA เมื่อใช้ข้อมูลผู้ป่วยในการรักษา?
ข้อมูลสุขภาพต้องได้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นในมาตรา 26 ข้อที่ใช้บ่อยคือ 26 (5) (ก) สำหรับการวินิจฉัย รักษา และบริการสุขภาพ ซึ่งถ้าไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างผู้ป่วยกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีหน้าที่รักษาความลับ และ 26 (1) เมื่อผู้ป่วยให้ความยินยอมไม่ได้และต้องป้องกันอันตรายต่อชีวิตที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 · ราชกิจจานุเบกษา
นำเวชระเบียนเดิมไปพัฒนา AI ได้ไหม?
เป็นวัตถุประสงค์ใหม่ที่ต้องมีฐานรองรับ คือความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือฐานวิจัยตามมาตรา 26 (5) (ง) เท่าที่จำเป็นพร้อมมาตรการคุ้มครอง แนวทาง AI ของ สคส. ยกสถานการณ์นี้ไว้และแนะนำให้แฝงข้อมูล (pseudonymization) และทำการประเมินผลกระทบก่อนประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวจำนวนมากที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · ราชกิจจานุเบกษาที่มา: แนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI · สคส.
AI ช่วยวินิจฉัยโรคเป็นเครื่องมือแพทย์ไหม?
อาจเป็น อย. ระบุว่าซอฟต์แวร์และ AI ที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ เช่น วินิจฉัย ติดตาม หรือรักษา อาจเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ ส่วนซอฟต์แวร์ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เช่น สรุปเอกสารหรือจัดตารางนัด ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ที่มา: การกำกับดูแลซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องมือแพทย์ · อย.
นอกจาก PDPA มีกฎหมายอะไรอีกที่คุ้มครองความลับผู้ป่วย?
พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ถือว่าข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ห้ามเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้เสียหาย ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 49 จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท และยังมีระเบียบกระทรวงสาธารณสุขปี 2561 กับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 323 เรื่องการเปิดเผยความลับจากวิชาชีพที่มา: พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 · ราชกิจจานุเบกษา
มีโรงพยาบาลถูกปรับตาม PDPA แล้วหรือยัง?
มี เดือนสิงหาคม 2025 มีรายงานว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งปรับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง 1,210,000 บาท หลังเวชระเบียนกว่า 1,000 ฉบับหลุดไปเป็นถุงขนม เพราะจ้างผู้ทำลายเอกสารโดยไม่ติดตามตรวจสอบ ผู้รับจ้างถูกปรับอีก 16,940 บาท ผู้ให้บริการ AI ก็เป็นผู้รับจ้างประมวลผลแบบเดียวกันที่โรงพยาบาลต้องมีข้อตกลงและติดตามดูแลที่มา: สคส. สั่งปรับหน่วยงานรัฐและเอกชน ยอดสะสมกว่า 21.5 ล้านบาท · InfoQuest
PDPAAI Governanceสุขภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมดในหัวข้อ กลยุทธ์ AI ในองค์กร →